วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น


๑. ความหมาย ความสำคัญ ของวิชาเศรษฐศาสตร์

  ๑.๑ ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์
  เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ในด้านต่างๆ นับตั้งแต่การเลือกใช้ทรัพยากร การตัดสินใจ การตัดสินใจซิ้อสินค้าไปบริโภค การเลือกที่จะประกอบอาชีพ และการปฏิบัติต่อบุคคลต่างๆที่อยู่ในสังคม

  ๑.๒ ความสำคัญของวิชาเศรษฐศาสตร์
  ๑) ช่วยในการตัดสินใจของประชาชน
   ๒) ช่วยสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับนโยบายของรัฐ
   ๓) ช้วยสร้างองค์ความรู้ในการบริหารงาน
   ๔) ช่วยสร้างผลประโยชน์ให้เกิดกับประเทศชาติ


๒. ขอบข่าย เป้าหมาย ของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์

  ๒.๑ ขอบค่ายของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ สามารถจำแนกได้ ๒ ลักษณะ

      ๑) จำแนกตามเนื้อหาของวิชาเศรษฐศาสตร์ สามารถจำแนกได้ ดังนี้
         ๑.๑) เศรษฐศาสตร์จุลภาค(microeconomics) เป็นการศึกษาถึงพฤติกรรมทางเศรษฐกิจย่อย
         ๑.๒) เศรษฐศาสตร์มหภาค(macroeconomics) เป็นการศึกาาถึงพฤติกรรมทางเศรษฐกิจรวม

       ๒) จำแนกตามการวิเคราะห์ปัญหา สามารถจำแนกได้ ดังนี้
         ๒.๑) เศรษฐศาสตร์ตามความเป็นจริงหรือเศรษฐศาสตร์พรรณนา (positive or descriptive economics) เป็นการมุ่งอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องที่เป็นอยู่ และเรื่องที่จะเกอดขึ้นว่าเป็นอย่างไร
         ๒.๒) เศรษฐศาสตร์ที่ควรจะเป็นหรือเศรษฐศาสตร์นโยบาย(normative of policy economics) เป็นการมุ่งกล่าวถึงสิ่งที่ควรจะมีหรือควรจะเป็น โดยอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ก็ได้

    ๒.๒ เป้าหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์
    ๑.) ผู้บริโภค ช่วยทำให้ผู้บริโภครู้จักการตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในการบริโภคและใช้ในทางที่ดีที่สุด
      ๒.) ผู้ประกอบการผลิต ช่วยทำให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความสามารถในการวางแผนการผลิต
      ๓.) ผู้บริหารในองค์กรของรัฐ ช่วยให้ผู้บริหารในองค์กรของรัฐมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม


๓. นิยามพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

    ๑. What จะผลิตสินค้าอะไร เนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด ทำให้ไม่สามาถผลิต ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าและบริการได้ทุกชนิด เพิ่อสนองความต้องการของสังคมได้หมด จึงต้องเลือกว่าจะผลิตสินค้าและบริการประเภทใดบ้าง จำนวนเท่าใด เช่น ถ้าเลือกผลิตข้าวมากก็จะสมามารถผลิตข้าวโพดได้น้อยเนื่องจากที่ดินที่ใช้เพาะปลูกมีจำกัด
    ๒.  How จะผลิตอย่างไร จะใช้วิธีการผลิตแบบใด ต้องใช้ปัจจัยการผลิตอะไรบ้าง จึงจะทำให้เสียต้นทุนการผลิตต่ำ และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ต้องพิจารณาว่าจะผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ น้ำมัน หรือแก๊สธรรมชาติ หรือจากพลังงานนิวเคลียร์ และมีวิธีการผลิตอย่างไร
    ๓. For whom จะผลิตเพื่อใคร เมื่อมีการผลิตสินค้าและบริการได้มาแล้วใครจะเป็นผู้ใช้และจะจำแนกแจกจ่ายสินค้าไปให้กับผู้ใช้อย่างไร



๔. กิจกรรมทางด้านเศรษฐศาสตร์
  
  ๔.๑ การผลิต 
  การผลิต หมายถึง การสร้างอรรถประโยชน์ของปัจจัยการผลิตต่างๆขึ้นมาใหม่ เพื่อก่อให้เกิดสินค้าและบริการต่างๆ ที่จะนำไปสนองความต้องการของมนุษย์



 ที่ดิน: เป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ที่ดิน แร่ธาตุ ผลตอบแทนจากที่ดิน คือ ค่าเช่า
 แรงงาน: เป็นประชากรในวัยทำงาน เป็นผู้ใช้แรงงานและกำลังความคิดในการผลิตสินค้าและบริการ ได้  รับค่าตอบแทน คือ ค่าจ้าง
 ทุน: เป็นสินค้าทุน เช่นเครื่องจักร รถยนต์ ผลตอบแทนจากการใช้ทุน คือ ดอกเบี้ย
 ผู้ประกอบการ: เป็นผู้รวบรวมปัจจัยการผลิตเพื่อทำการผลิตให้ได้ผลผลิตตามวัตถุประสงค์ ผลตอบแทน  ที่ได้ คือ กำไร

 เมื่อมีทรัพยากรการผลิตครบทั้ง4 ก็จะนำสู่"ผลผลิต"


    ๔.๒ การบริโภค
    การผลิตบริโภค หมายถึง การใช้ประโยชน์จากสิ่งของและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ เช่น เมื่อหิวก็รับประทานอาหาร เมื่อปวดฟันจากฟันผุ ก็ไปหาทันตแพทย์เพื่อถอนฟัน เป็นต้น


    ๔.๓ การกระจายรายได้
  การกระจายรายได้ หมายถึง การกระจายรายได้ระหว่างเจ้าของปัยจัยการผลิตทุกประเภท อันได้แก่ ที่ดิน แรงงาน ทุน และผู้ประกอบการ


    ๔.๔ การแลกเปลี่ยน
  การแลกเปลี่ยน หมายถึง กระบวนการที่เกิดจากบุคคลทั้งสองฝ่ายมีความสมัครใจร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างกัน



๕. เศรษฐศาสตร์กับการดำเนินชีวิต
    
      เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคน ตัวอย่างเช่น ในการดำเนินชีวิตประจำวันของนักเรียน เมื่อว่างจากการเรียนก็ควรพยายามจัดสรรเวลา ว่าจะใช้เวลาไปทบทวนอ่านหนังสือเป็นเวลากี่ชั่วโมง และจะจัดสรรเวลาอย่างไร เช่น จะทบทวนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษดี จะทบทวนวิชาเดียว หรือหลายวิชา และเวลาที่เหลือจะทำอะไรดี เช่น จะเล่นกีฬา ดูโทรทัศน์ ปลูกต้นไม้หรือช่วยงานบ้าน ในแต่ละกิจกรรมจะใช้เวลาเท่าไร เนื่องจากเวลาหลังเลิกเรียนมีจำกัด














เสริมเพื่อเพิ่มความเข้าใจ






ขอขอบคุณคลิปดีๆจาก YouTube

http://www.youtube.com/watch?v=XvZy9STPkkY